ประกันภัยการขนส่งสินค้าทางทะเลและทางบก
สำหรับธุรกิจนำเข้า-ส่งออก หรือการค้าขายภายในประเทศ ประกันภัยการขนส่งสินค้า (Marine & Inland Transit Insurance) คือหัวใจสำคัญครับ เพราะอุบัติเหตุระหว่างทาง (เรือจม, รถคว่ำ, ของหาย) อาจทำให้เงินทุนจมหายไปกับสินค้าได้เลย
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ผมขอแยกตามประเภทการขนส่งดังนี้ครับ:
1. ประกันภัยขนส่งสินค้าทางทะเล (Marine Cargo)
ใช้สำหรับการค้าระหว่างประเทศเป็นหลัก โดยมีเงื่อนไขมาตรฐานสากลที่เรียกว่า Institute Cargo Clauses (ICC) ซึ่งคุณต้องเลือกตามระดับความเสี่ยง:
- ICC (C): คุ้มครองน้อยที่สุด (ราคาประหยัด) เน้นภัยหลักๆ เช่น เรือเกยตื้น, เรือจม, ไฟไหม้, หรือรถขนส่งสินค้าคว่ำ
- ICC (B): คุ้มครองเพิ่มจาก (C) รวมถึงภัยธรรมชาติ เช่น แผ่นดินไหว, ภูเขาไฟระเบิด, สินค้าถูกน้ำซัดตกทะเล หรือน้ำเข้าตู้คอนเทนเนอร์
- ICC (A): คุ้มครองสูงสุด (All Risks) ครอบคลุมทุกอย่างที่ไม่ได้ระบุไว้ในข้อยกเว้น เช่น ของแตกหัก, ของหายบางส่วน หรือการถูกโจรกรรม
เคล็ดลับ: หากคุณเป็นผู้ส่งออก (Exporter) อย่าลืมดู Incoterms (เช่น CIF, FOB) เพื่อให้รู้ว่าหน้าที่ในการทำประกันเป็นของฝั่งเราหรือฝั่งผู้ซื้อครับ
2. ประกันภัยขนส่งสินค้าทางบก (Inland Transit)
เน้นการขนส่งภายในประเทศ (รถกระบะ, รถบรรทุก, รถไฟ) โดยแบ่งความคุ้มครองหลักๆ เป็น:
- คุ้มครองอุบัติเหตุ: รถพลิกคว่ำ, ชนกัน, ไฟไหม้
- คุ้มครองการลักทรัพย์: การโจรกรรมระหว่างทาง (มักต้องซื้อเพิ่มหรือเลือกแผนที่ครอบคลุม)
- คุ้มครองการขนถ่าย: ความเสียหายขณะยกของขึ้น-ลงจากรถ

