ประกันภัยรถยนต์กลุ่มบริษัท หรือ เพื่อการพาณิชย์
การประกันภัยรถยนต์กลุ่ม (Motor Group Insurance) สำหรับใช้เพื่อการพาณิชย์ ออกแบบมาเพื่อบริษัทที่มีรถในครอบครองจำนวนมาก (ส่วนใหญ่เริ่มที่ 5-10 คันขึ้นไป) ไม่ว่าจะเป็นรถเก๋งประจำตำแหน่ง, รถกระบะส่งของ, หรือรถบรรทุกขนาดใหญ่ครับ
จุดเด่นคือ “กรมธรรม์เดียวคุมทั้งกองเรือ” (Fleet Policy) ซึ่งช่วยให้การบริหารจัดการง่ายและประหยัดต้นทุนกว่าการซื้อแยกคันมากครับ
1. ประเภทความคุ้มครองที่เหมาะสม
สำหรับการพาณิชย์ ผมแนะนำให้พิจารณาตามลักษณะการใช้งานดังนี้ครับ:
- ประกันภัยชั้น 1: เหมาะสำหรับรถใหม่ หรือรถที่ต้องทำเวลา/วิ่งงานตลอดเวลา เพราะคุ้มครองครอบคลุมที่สุดรวมถึงความเสียหายต่อตัวรถเราเอง (Own Damage) จากการชนแบบไม่มีคู่กรณี
- ประกันภัยชั้น 3 หรือ 3+: เหมาะสำหรับรถที่อายุการใช้งานสูง หรือใช้ในพื้นที่ปิด ซึ่งเน้นคุ้มครอง ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก เป็นหลัก เพื่อป้องกันไม่ให้บริษัทต้องจ่ายค่าเสียหายมหาศาลหากไปเฉี่ยวชนผู้อื่น
ความคุ้มครองเพิ่มเติมที่ “ต้องมี” สำหรับการพาณิชย์:
- การคุ้มครองอุปกรณ์เสริม: เช่น ตู้แห้ง, เครื่องทำความเย็น, คอกเหล็ก (ต้องแจ้งมูลค่าเพิ่มเพื่อให้คุ้มครองอุปกรณ์เหล่านี้ด้วย)
- ความคุ้มครองสินค้าที่บรรทุก (Carrier’s Liability): ป้องกันกรณีสินค้าของลูกค้าเสียหายระหว่างขนส่งจากอุบัติเหตุ
2. สิทธิประโยชน์ของการทำ “ประกันรถกลุ่ม”
- ส่วนลดพิเศษ (Fleet Discount): ยิ่งจำนวนรถมาก ส่วนลดจะยิ่งสูง (ปกติลดได้ 10-40% จากราคาปกติ)
- วันคุ้มครองสิ้นสุดพร้อมกัน: สามารถจัดระเบียบให้รถทุกคันในบริษัทหมดอายุประกันวันเดียวกัน เพื่อให้ง่ายต่อการทำจ่ายและต่ออายุในครั้งเดียว
- ผ่อนปรนเงื่อนไข: บางบริษัทประกันอาจเสนอเงื่อนไข “ไม่ระบุชื่อผู้ขับขี่” เพื่อให้พนักงานในบริษัทสลับกันขับรถคันไหนก็ได้โดยไม่มีปัญหาเรื่องการเคลม
- บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Roadside Assistance): สำหรับรถขนส่งสินค้า บริการรถยกหรือช่างซ่อมฉุกเฉิน 24 ชม. คือตัวช่วยไม่ให้งานสะดุด

